ค่าเงินขั้นอยู่กับอะไรบ้าง?

ค่าเงินขั้นอยู่กับอะไรบ้าง?

ค่าเงินบาท

ว่ากันด้วยเรื่องของ “เงิน” และ ‘ค่าเงิน” แล้วนั้น หลายๆ ท่านก็อาจจะยังไม่ทราบหรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับ “ความหมายของ ค่าเงิน” และสิ่งที่มีผลต่อค่าเงินทั้งเงินบาทและเงินต่างประเทศ บทความนี้เลยจะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจเกี่ยวกับ “ค่าเงินขั้นอยู่กับอะไรบ้าง?” พร้อมกับไปดูแนวทางการแลกเปลี่ยนเงินอย่างไรให้ได้กำไรกันคร่าวๆ ครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันได้เลยยครับ

นิยามของคำว่า ค่าเงิน

ค่าเงิน หรือ สกุลเงิน  เป็นมาตรฐานของเงินตราในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งใช้งานหรือหมุนเวียนในฐานะสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เช่น ธนบัตรและเหรียญ คำนิยามทั่วไปของสกุลเงินตราคือ ระบบเงินตรา ที่ใช้งานกันทั่วไปเมื่อเวลาผ่านไปในสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะประชาชนในรัฐชาติ[3] ตามคำนิยามนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US$), ยูโร (€), เยน (¥) และปอนด์สเตอร์ลิง (£) ถือเป็นตัวอย่างสกุลเงิน Fiat (ที่ตีพิมพ์โดยรัฐบาล) สกุลเงินตราอาจทำหน้าที่เป็นตัวเก็บมูลค่าและสามารถค้าขายระหว่างชาติในตลาดเงินตราต่างประเทศ ซึ่งกำหนดค่าสัมพัทธ์ของสกุลเงินต่าง ๆ[4] สกุลเงินตราตามคำนยามนี้อาจกำหนดโดยผู้ใช้หรือรัฐบาล แต่แต่ละรูปแบบก็มีขอบเขตจำกัด เช่น กฎหมายเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายอาจต้องใช้หน่วยเฉพาะสำหรับการชำระเงินแก่หน่วยงานรัฐบาล

ในหลายประเทศสกุลเงินสามารถมีชื่อเดียวกันได้ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ฮ่องกง และดอลลาร์แคนาดา และในหลายประเทศใช้สกุลเงินเดียวกัน เช่นในประเทศแถบยุโรปหลายประเทศใช้สกุลเงินยูโร และในบางประเทศใช้หน่วยเงินของประเทศอื่นเป็นเกณฑ์เช่นประเทศปานามา และ ประเทศเอลซัลวาดอร์ ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

สกุลเงินทั่วไปจะมีหน่วยสกุลเงินย่อย โดยส่วนมากจะเป็นอัตราส่วน 1/100 ของสกุลเงินหลัก เช่น 100 สตางค์ = 1 บาท หรือ 100 เซนต์ = 1 ดอลลาร์ แต่บางสกุลเงินจะไม่มีหน่วยย่อยเช่น สกุลเงินเยน ในหลายหลายประเทศเนื่องจากเงินเฟ้อ ทำให้สกุลเงินย่อยมีการเลิกใช้ไป

ความสำคัญของค่าเงินบาท

เงินบาทแข็งค่าหรืออ่อนค่า เริ่มมาจากการที่ประเทศต่างๆ มีการทำมาค้าขายระหว่างกัน แต่ด้วยแต่ละประเทศใช้เงินคนละสกุล จึงต้องมีการปรับสกุลเงินของตัวเองให้อยู่ในสกุลที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ จึงจะเริ่มทำมาค้าขายกันได้ ซึ่ง “อัตรา” ที่เอาไว้ปรับมูลค่า เราเรียกว่า “อัตราแลกเปลี่ยน” นั่นเอง ดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนจึงเป็นอัตราส่วนที่เป็นการเปรียบเทียบค่าเงินของสกุลหนึ่งเทียบกับอีกสกุลหนึ่งเพื่อใช้ในการแปลงสกุลเงินนั่นเอง

“ค่าเงินบาทแข็งค่า (Baht appreciation)” หมายถึง เงินบาทของเรามีมูลค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลอื่น แต่ในทางกลับกันหาก “เงินบาทอ่อนค่า (Baht depreciation)” แสดงว่าเงินบาทของเรามีค่าน้อยลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ซึ่งการแข็ง หรืออ่อนยังคงอิงกับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน คือ อุปสงค์-อุปทานนั่นเอง

ควรแลกเงินบาทเป็นเงินสกุลเงินต่างประเทศตอนไปเที่ยวเก็บไว้ล่วงหน้าหรือไม่?

ควรเลี่ยงการแลกเงินต่างประเทศในวันที่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex Market) หยุด หรือช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ นั่นเอง เพราะเราจะได้อัตราแลกเปลี่ยนตอนปิดตลาด (ในวันศุกร์) ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีผันผวน ในช่วงวันหยุดร้านรับแลกจึงมีการบวกส่วนต่าง (Mark-up) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันความเสี่ยง และเราก็จะได้ราคาแลกซื้อในอัตราที่สูงขึ้น พยายามติดตามการเปลี่ยนแปลงค่าเงิน แต่การติดตามการเปลี่ยนแปลงเรตการขายตลอดเวลาเพื่อซื้อเงินต่างประเทศเก็บไว้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงต้องมีตัวช่วยอย่าง XE Currency แอปพลิเคชันที่จะช่วย Alert ให้เราได้ทราบเวลาอัตราแลกเปลี่ยนประเทศที่เราอยากได้ต่ำลง ทีนี้เราก็สามารถวางแผน และแลกเงินตราต่างประเทศผ่านแอปได้อย่างคุ้มค่า

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ค่าเงินขั้นอยู่กับอะไรบ้าง?” ที่เราได้รรวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยกันนะครับ

ว่ากันด้วยเรื่องของ “เงิน” และ ‘ค่าเงิน” แล้วนั้น หลายๆ ท่านก็อาจจะยังไม่ทราบหรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับ “ความหมายของ ค่าเงิน” และสิ่งที่มีผลต่อค่าเงินทั้งเงินบาทและเงินต่างประเทศ บทความนี้เลยจะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจเกี่ยวกับ “ค่าเงินขั้นอยู่กับอะไรบ้าง?” พร้อมกับไปดูแนวทางการแลกเปลี่ยนเงินอย่างไรให้ได้กำไรกันคร่าวๆ ครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันได้เลยยครับ นิยามของคำว่า “ค่าเงิน” ค่าเงิน หรือ สกุลเงิน  เป็นมาตรฐานของเงินตราในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งใช้งานหรือหมุนเวียนในฐานะสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เช่น…