ดอกเบี้ยเงินกู้เป็นอย่างไร
เรื่องของ “เงินๆ ทองๆ ” นั้นเป็นอะไรที่ทุกๆ ท่านจะต้องดูและวางแผนให้ดีเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งหนึ่งสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจนั้นก็คือเรื่องของ “ดอกเบี้ยเงินกู้” นั้นเอง บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “ดอกเบี้ยเงินกู้เป็นอย่างไร” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย
รู้จักกับ “ดอกเบี้ยเงินกู้”
ดอกเบี้ยเงินกู้ คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ สำหรับการได้ใช้เงินทุนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มักคำนวณเป็นอัตราร้อยละต่อปีของจำนวนเงินที่กู้ยืม
ดอกเบี้ยเงินกู้เป็นต้นทุนสำหรับผู้กู้ แต่เป็นรายได้สำหรับผู้ให้กู้ ซึ่งมีความสำคัญดังนี้
– เป็นค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้กู้ สำหรับการสละโอกาสในการใช้เงินทุนของตน
– ชดเชยความเสี่ยงจากการไม่ได้รับคืนเงินต้น กรณีผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้
– คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสินเชื่อ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าแรงพนักงาน เป็นต้น
– ดอกเบี้ยเงินกู้อาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทสินเชื่อ ระยะเวลากู้ยืม ประวัติเครดิตของผู้กู้ หลักประกันคำ้ประกัน สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เป็นต้น ผู้กู้ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ เพื่อเลือกวงเงินกู้ที่เหมาะสมและประหยัดที่สุด
ขั้นตอนการกู้เงินจากธนาคารทำอย่างไรได้บ้าง?
1. ยื่นคำขอสินเชื่อที่สาขาธนาคาร ท่านสามารถยื่นคำขอสินเชื่อพร้อมเอกสารประกอบได้ที่สาขาธนาคารที่ท่านสะดวกหรือช่องทางออนไลน์ พนักงานจะพิจารณาสินเชื่อเบื้องต้นจากข้อมูลการสัมภาษณ์ และเอกสารของท่าน เช่น รายได้ ค่าใช้จ่ายครอบครัว หนี้สินอื่นๆ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของท่าน
2. สรุปวิเคราะห์และนำเสนอคำขอสินเชื่อพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรอการพิจารณาอนุมัติ เมื่อพิจารณาแล้วว่าท่านมีความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดได้ตามวงเงินที่ยื่นขอสินเชื่อไว้ พนักงานจะส่งเรื่องต่อให้งานประเมินหลักทรัพย์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประเมินราคาหลักประกัน ติดต่อท่านเพื่อนัดหมายเข้าไปประเมินมูลค่าหลักประกัน ตามวันและเวลาที่ท่านสะดวก ภายใน 3 วันทำการ หลังจากที่ท่านได้ยื่นใบคำขอสินเชื่อแล้ว หลังจากนั้นพนักงานสาขาจะทำการบันทึกข้อมูลลงในระบบตามการสัมภาษณ์ และเอกสารของท่าน เช่น รายได้ ค่าใช้จ่ายครอบครัว หนี้สินอื่นๆ เพื่อส่งให้ผู้อนุมัติสินเชื่อพิจารณาต่อไป โดยพิจารณาจาก วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อต่างๆ อาทิเช่น ซื้อที่ดินอาคาร ,ซื้อห้องชุด ,ไถ่ถอนจำนอง ฯลฯ
– คุณสมบัติผู้ขอกู้ เช่น สถานภาพ, การศึกษา, อาชีพ ฯลฯ
– ความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ
– ประเภทและมูลค่าของหลักประกัน
3. แจ้งผลการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
ธนาคารจะติดต่อและแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ท่านทราบภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ท่านยื่นใบคำขอสินเชื่อ พร้อมเอกสารประกอบ (ครบถ้วน) เพื่อเตรียมนัดวันทำสัญญา
4. ทำสัญญากู้เงิน และสัญญาจดจำนอง
หากท่านได้รับอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารจะนัดหมายท่านเพื่อทำสัญญากู้เงินที่สาขาของธนาคาร และนัดวันทำนิติกรรม ณ กรมที่ดิน ที่หลักประกันหรือโฉนดที่ดิน จดทะเบียนไว้
ก่อนกู้เงินจากธนาคาร ควรพิจารณาอะไรบ้าง?
3 ข้อดีของการกู้เงินจากธนาคาร
●ไม่จำเป็นต้องใช้หลักค้ำประกันใด ๆ ทั้งสิ้น
หากลองศึกษาสินเชื่อส่วนบุคคลของแต่ละแห่งให้ดี จะพบว่าแทบทุกที่มีจุดขายเหมือนกัน นั่นคือ ผู้ที่ขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องมองหาบุคคลหรือหลักทรัพย์มาค้ำประกันใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่มีเอกสารต่าง ๆ ก็เพียงพอในการนำมายื่นให้สถาบันการเงินแล้ว ต่างกับเงินกู้ประเภทอื่น ๆ ที่มักต้องใช้บุคคลค้ำประกันอยู่เสมอ
●มีประเภทการได้เงินให้เลือก
ขึ้นชื่อว่าสินเชื่อส่วนบุคคล นี่เป็นการกู้เงินที่สามารถเลือกได้ บางคนต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อนำไปใช้จ่ายหนี้สินหรือภาระต่าง ๆ ก็เลือกสมัครแบบเงินเป็นก้อน แต่ถ้าใครต้องการแบบบัตรกดเงินสด มีเงินหมุนเวียนไว้ใช้ตลอด ก็สามารถเลือกได้เช่นกัน เมื่อไหร่ที่มีปัญหาการเงิน ก็แค่นำบัตรไปกดเงินสดเพื่อเอามาใช้จ่าย หรือยุคนี้พิเศษกว่าบางแห่งสามารถเบิกเงินผ่านแอปฯ ให้โอนเข้าบัญชีจากนั้นก็ไปกดมาใช้ได้เลย
●ผ่อนชำระขั้นต่ำได้ ไม่มีปัญหา
เงินกู้ประเภทนี้ก็ไม่ต่างกับการกู้เงินทั่ว ๆ ไปของสถาบันการเงิน แต่สังเกตว่าจะสามารถผ่อนชำระขั้นต่ำตามที่สถาบันการเงินระบุเอาไว้ได้ บางแห่งเริ่มต้นที่ 200 บาท / งวด บางแห่งเริ่มที่ 3% ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและความเหมาะสมในการผ่อนชำระคืน
และนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ “ดอกเบี้ยเงินกู้เป็นอย่างไร” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีมากๆ เลยหล่ะครับ
